ขั้นตอน การย้ายกลับเมืองไทยพร้อมลูกๆ สี่ขา

ตามหัวข้อเลยค่ะ  แน่ใจได้ว่าหลายๆ คนที่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ และกำลังคิดว่าอยากย้ายกลับมาเมืองไทยบ้านเรา แต่ติดที่มีน้องหมาน้องแมวทำให้คิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับเหล่าบรรดาลูกๆ สี่เท้าเหล่านั้น  มาค่ะ เรามีข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ มาบอก อาจจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย

สิ่งที่ต้องทำก่อนเลย

เริ่มเลยคือ

1. ต้องนำน้องหมาน้องแมวไปฝังค่ะ เอ้ยยย ฝังไมโครชิพ ที่ไหน? ร้านหมอ สัตวแพทย์ค่ะ

2. ฉีดวัคซีน  ต้องพาไปฉีดวัคซีนค่ะ  วัคซีนที่ต้องฉีดก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 21 วัน อันแรกเลยคือวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ต่อมาก็เป็น วัคซีนป้องกันโรคเลปโตสไปรา (Leptospirosis) และ วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อหรือโรคติดต่ออื่นๆ ที่สำคัญ คือ Distemper Hepatitis และ Parvovirus

3. กรงสัตว์  เตรียมกรงที่จะใส่ลูกสี่เท้าค่ะ ต้องเป็นกรงที่ออกแบบมาเพื่อการขนส่ง ที่มีลักษณะแข็งแรง กว้างพอที่จะให้ลูกสี่เท้าของเรายืน นอน พลิกตัวได้ตามปกติ  และไม่ทำให้ลูกๆสี่เท้าบาดเจ็บจากการเดินทางได้ ซึ่งกรงต้องเป็นที่ได้รับการยอมรับตามกฏระเบียบของ IATA Live Animal Regulations

หลังจากเตรียม 3 หัวข้อข้างต้นแล้ว โทรไปที่ ตม. (ในประเทศต้นทางที่จะออกเดินทาง) ติดต่อแผนกที่เกี่ยวกับการขนส่งสัตว์ออกนอกประเทศ ถามย้ำถึงข้อควรปฏิบัติอีกครั้ง เพราะวันเดินทาง เราต้องนำลูกสี่ขาไปให้เขาตรวจเอกสารและตรวจร่างกายอีกครั้งก่อนผ่านด่านไปขึ้นเครื่อง  นัดแนะเวลา สถานที่ให้ชัดเจน

4. ติดต่อมาที่ ตม.ในเมืองไทย ด่านกักกันสัตว์ที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร  เพื่อขอยื่นคำร้องขออนุญาตินำสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1) ล่วงหน้าก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน –  ขั้นตอนนี้ เราอาจจะส่งแฟกซ์ หรือ ส่งเมล์มาให้เจ้าหน้าที่ในเมืองไทยได้รับทราบก่อน โดยส่งแบบฟอร์มด้านล่างมาเพื่อทำการนัดหมายวันที่เราจะเดินทางมาถึง

(โทรติดต่อนัดหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนส่งเมล์หรือส่งแฟกซ์มานะคะ จะได้ไม่พลาด และเมื่อส่งมาแล้ว โทรเช็คอีกครั้งว่าเจ้าหน้าที่ท่านนั้นได้รับหรือไม่อย่างไร ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ เผื่อมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ส่วนเบอร์โทร ต้องขอโทษด้วย เราเองก็จำไม่ได้แล้วค่ะ จำได้แต่ว่า เปิดหาเบอร์โทร ตม.ด่านกักกันสัตว์นำเข้ามาในราชอาณาจักรในเน็ทแล้วโทรไป เจอเจ้าหน้าที่แล้วเขาให้เบอร์ใหม่มา โทรไปอีกก็เป็นอีกเบอร์ กว่าจะโทรเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องหมุนไปหลายเบอร์มาก)

แบบฟอร์มง่ายๆ

แบบฟอร์มง่ายๆ ที่เราทำขึ้นมาเองตามนี้เลยค่ะ

To: Animal Quarantine Station, Suvarnabhumi Airport

Kind of Aninal:  …………………………

Applicant`s name:  …………………………

Passport Number:  …………………………

Address in Thailand:  …………………………

Tel no. (in Thailand)  …………………………

Departure from  …………………………

Flight no:  …………………………

Proposed arrival date:  …………………………

Time of arrival:  …………………………

ติดต่อสายการบิน

หลังจากทุกอย่างได้เตรียมเรียบร้อยแล้ว อย่าลืม!! ติดต่อสายการบินที่เราจะเดินทาง (อาจจะติดต่อไว้ตั้งแต่ซื้อตั๋วเครื่องบินเลยน่าจะดีกว่า) แจ้งว่าเราจะเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง  ยกตัวอย่างของสายการบินไทย  เราติดต่อไว้ตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบินเลยค่ะ เขาจะออกตั๋วมาให้เราพร้อมมีข้อความคอนเฟิร์มเรื่องเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงมาให้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ายังไม่ได้แจ้งสายการบินไว้ ควรแจ้งเขาก่อนการเดินทางอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

ส่วนค่าธรรมเนียม จะถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขึ้นอยู่กับเส้นทางนั้นๆ ว่าไปไหนใกล้ไกล และจะไปจ่ายตอนเราเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์ค่ะ โดยเขาจะให้เราเอาลูกสี่เท้าชั่งน้ำหนักพร้อมกรง แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายและก็จ่ายเงินกันตรงนั้น

คือ วันเดินทาง เราก็นำลูกสี่เท้าใส่กรงมาตรฐานที่เตรียมไว้แล้วนำไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินปกติ เช็คพร้อมกระเป๋าสัมภาระต่างๆ แต่กรงลูกสี่เท้าของเรา เขาคงให้แยกการชั่งค่ะ จะได้คำนวณค่าใช้จ่ายได้

ถึงบ้านเราแล้ว

เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ให้มาติดต่อที่ด่านกักกันสัตว์ที่จะนำเข้า พร้อมเอกสาร

1. คำร้องขออนุญาตนำสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1)

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาพาสปอร์ต

3. เอกสารรับรองสุขภาพจาก ตม.ประเทศต้นทาง และ เอกสารการฉีดวัคซีนต่างๆ

4. ค่าธรรมเนียมการนำเข้า  สุนัขหรือแมว 100 บาท

นั่งรอเจ้าหน้าที่เขียนเอกสารสักพักค่ะ ไม่นาน ในระหว่างที่รอ ถ้าเรามีใครเดินทางมาด้วย ก็ให้ไปรอรับเจ้าลูกสี่ขาของเราที่ช่องรับสัมภาระใหญ่พิเศษ (ไม่ใช่สายพาน) รอสักพักคงได้เจอหน้ากัน หน้ายิ้ม หางกระดิกกิ๊กๆๆ

ข้อมูลข้างต้นนี้ เป็นข้อมูลที่เราได้ย้ายกลับมาเมื่อสัก 2-3 ปีที่แล้วตอนย้ายกลับมาจากญี่ปุ่น บางอย่าง บางประเทศ อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือ ขั้นตอนไม่เหมือนกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็คงประมาณนี้ค่ะ หวังว่าข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

♡♡♡

please comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *